LOGINเมื่อพูดจบ "นาริน" จึงรีบหักเหสายตาของตัวเองไปมองทางอื่นแทน สาวน้อยรับรู้ถึงความร้อนผ่าวขึ้นมาบนใบหน้าของเธอในทันใด เพราะเธอนั้นได้สบเข้ากับนัยน์ตาแกร่งของ "อัศวิน" ที่สื่อความหมายบางอย่างส่งมาให้นั่นเอง
"นาริน" รวบรวมแรงที่มีพยายามที่จะรีบเดินหนีไปทางอื่นเพื่อตั้งหลัก ก่อนที่เธอจะรีบสาวเท้าก้าวยาวๆ ออกไปโดยเร็ว เพียงแค่อยากอยู่ให้ห่างจาก "อัศวิน" ให้มากที่สุดในเวลานี้ เธอไม่ยากใกล้ชิดกับชายหนุ่มที่เธอแอบรักข้างเดียวไปมากกว่านี้อีกแล้ว
บอกตรงๆ อย่างไม่อายเลย ว่า ภายในหัวใจของเธอตอนนี้นั้น มันเต้นอย่างรุนแรงเหลือเกินแล้ว แรงเสียจนกลัวว่าพี่วินของเธอ จะได้ยินเสียงของมันชัดเจนขึ้นมาน่ะสิ ทันใดนั้นเอง "นาริน" ที่กำลังก้าวขาออกไปด้วยความร้อนรนนั้น ทำให้ไม่ทันระวังกำลังจะเสียหลักล้มลงไปกลับพื้น
ทางด้าน "อัศวิน" เมื่อเห็นดังนั้น ชายหนุ่มจึงรีบตรงเข้ามาด้วยความเร็วบวกกับที่เขาพยายามเดินตาม "นาริน" อยู่ก่อนแล้ว โชคดีที่ชายหนุ่มเข้ามารับร่างบางไว้ได้ทันเวลาพอดี จนทำให้สาวน้อยเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นๆ สมบูรณ์แบบของชายหนุ่มเข้าเต็มเปา
"อัศวิน" รู้ว่าสาวน้อยนั้นเขินอายเขา ทำให้ดวงหน้าหวานยิ่งแดงซ่านหนักขึ้นไปอีก "นาริน" รู้สึกอายพ่อเลี้ยงหนุ่มจนไม่กล้าจะแหงนหน้าขึ้นไปมองใบหน้าของชายหนุ่มเลยด้วยซ้ำ จน "อัศวิน" อดไม่ได้ที่จะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างขบขันในตัวของสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้านี้
“พี่วิน! ขำอะไรนักหนาค่ะ”
สาวน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองเล็กน้อยใส่พ่อเลี้ยงหนุ่มในทันที พร้อมกับค้อนวงใหญ่ส่งไปให้กับชายหนุ่มอีกด้วย
“หึหึ ก็หัวเราะคนซุ่มซ่ามยังไงล่ะครับ”
"อัศวิน" กล่าวตอบกลับไปพลางเอื้อมฝามือใหญ่ไปวางบนศีรษะของ "นาริน" โยกไปมาเบาๆ อย่างนึกเอ็นดูในความน่ารักไร้เดียงสาของสาวน้อย
“เดินสะเร็วเลย จะรีบไปไหนกัน เดินให้ระวังหน่อย เกิดหกล้มแข้งขาถอก เลือดออกจะทำยังไง ฮึ!”
"อัศวิน" พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ชายหนุ่มแสดงความเป็นห่วง เป็นใยออกมาจากใจจริงๆ
สาวน้อย นิ่งเงียบไปชั่วขณะ แต่สายตาไม่วายจับจ้องมองสบนัยน์ตาของ "อัศวิน" ด้วยความหวั่นไหว จนไม่สามารถพูดอะไรต่อไปได้อีก
“เงียบไปทำไมละ ฮึ! ยัยตัวแสบ”
ชายหนุ่ม กล่าวพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้กับสาวน้อยมากขึ้น
“มะ..ไม่มีอะไรค่ะ พี่วินปล่อยรินได้แล้วค่ะ รินยืนเองได้”
"นาริน" เอ่ยเสียงเบาอ้อมแอ้ม รีบก้มหน้าหลบสายตาวิบวับของ "อัศวิน" ในทันที
“ยังก่อน พี่ไม่ปล่อยเราเดินเองหรอกนะ ถ้าเกิดน้องรินเดินไม่ระวังสะดุดอะไรล้มลงไปอีก ไม่แย่รึไง”
พ่อเลี้ยงหนุ่ม กล่าวด้วยสายตากรุ้มกริ่มแฝงความใน
“พี่วินค่ะ รินไม่ล้มหรอกค่ะ ปล่อยรินได้แล้ว”
"นาริน" บอกกับชายหนุ่มและพยายามดันกายของ "อัศวิน" ให้ออกห่างจากตัวของเธอ
“เอางั้นเหรอ อืม..ขอคิดดูก่อนก็แล้วกันนะ”
"อัศวิน" แกล้งตอบยียวนกลับมา ชายหนุ่มจ้องมองดวงหน้าหวานตรงหน้าอย่างไม่วางตา
“คิดทำไมละค่ะ ทำไมต้องคิดด้วยเรื่องแค่นี้เอง ปล่อยรินลงเดี๋ยวนี้เลยนะค่ะ คนฉวยโอกาส”
"นาริน" เอ่ยต่อว่าให้กับชายหนุ่ม พร้อมทั้งจ้องมองทำตาโตให้กับ "อัศวิน" อย่างไม่ยอมแพ้ สุดท้ายเธอก็ต้องหน้าแดงราวกับลูกตำลึงสุก เมื่อเห็นสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราวของ "อัศวิน" ที่มองจ้องกลับมาราวกับจะกลืนกินเธอไปทั้งตัวให้ได้เสียอย่างนั้น บ้าจริง
เพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นเอง พ่อเลี้ยงหนุ่มก็ค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมาหาสาวน้อยอย่างช้าๆ ก่อนจะประทับริมฝีปากหนาแนบลงไปบนริมฝีปากบางนุ่มนิ่มอย่างโหยหา ด้วยแรงปรารถนาภายในใจมันเรียกร้อง
ชายหนุ่มแทรกซึมปลายลิ้นหนาเข้าไปลิ้มลองความหอมหวานที่ทำให้เขาติดตรา ตรึงใจเป็นนักหนา ในอุ้งปากสวยอย่างดูดดื่มเรียกร้อง โอบเกี่ยวตวัดไปมาด้วยสัมผัสชวนหวาบหวามเสียจริง "นาริน" รู้สึกถึงร่างกายที่อ่อนแรงแทบทรงตัวไม่อยู่
ราวกับว่าถูกเขาสูบลมหายใจของเธอไปจนหมดสิ้น สาวน้อยยกแขนทั้งสองข้างโอบรอบลำคอของชายหนุ่มเอาไว้เป็นหลักยึดแล้วหลับตาพริ้มปล่อยตัว ปล่อยใจ ยอมให้ชายหนุ่มทำตามอำเภอใจ อย่างไม่คิดที่จะห้ามปราม
ทำไมเธอใจง่ายแบบนี้นะ "นาริน" นึกต่อว่าตัวเธอเองอยู่ในใจ แต่ก็ไม่คิดที่จะผลักไสชายหนุ่มออกไป ตรงกันข้ามตัวเธอเองนั้นกลับยิ่งแนบชิดบดเบียดเข้าไปหา ร่างกายกำยำของชายหนุ่มตรงหน้ามากขึ้นไปอีก
เหมือนกับเด็กน้อยที่ขาดความอบอุ่นก็ไม่ปาน ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะกอดกระชับ กดจูบอย่างเร่าร้อนหนักหน่วงไปที่ริมฝีปากบางนุ่มอย่างโหยหาและปรารถนาเป็นที่สุด เหมือนเสพติดความหอมหวานนี้ไม่อาจหยุดสัมผัสความหวาบหวามนี้ได้เลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว
ลิ้นหนารัดเลาะตวัดพันเกี่ยวลิ้นบางของกันและกันไว้อย่างลืมตัว ด้วยอารมณ์หวามไหวอุ่นซ่านไปถึงขั้วหัวใจทั้งสองดวง "อัศวิน" เลื่อนฝ่ามือขึ้นมาตามไหล่บางลูบไล้ด้วยสัมผัสแผ่วเบาไปมา
ก่อนจะเลื่อนลงมาสัมผัสตรงบั้นท้ายงามงอนของสาวน้อย ชายหนุ่มจับบั้นท้ายกลมกลึงไว้แน่น แล้วดันให้เข้ามาแนบชิดติดกับเขาจนแทบหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันอยู่แล้ว ฝามือหนาเคล้นคลึงเนื้อนุ่มบนก้นงามงอนอย่างสนุกมือ ชายหนุ่มรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก
จนสาวน้อยเผลอส่งเสียงครวญครางออกมา เมื่อชายหนุ่มมอบสัมผัสอันวาบหวามส่งมาให้ พลันรู้สึกตกอก ตกใจขึ้นมาเมื่อรับรู้ถึงอะไรบางอย่างที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ติดอยู่ตรงบริเวณหน้าท้องแบนราบของเธอ
"นาริน" เริ่มดันกายออกมาจากชายหนุ่มในทันที เพราะรู้สึกตื่นกลัวกับบางสิ่ง บางอย่าง ที่แปลกใหม่มันกำลังลุกลาม และคุกคามเธออยู่ในขณะนี้ แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอมให้สาวน้อยถอยหนีไปได้ง่าย ชายหนุ่มล็อกกายสาวเอาไว้แน่น
"อัศวิน" ปล่อยริมฝีปากบางให้เป็นอิสระ แต่ชายหนุ่มเปลี่ยนไปหาตำแหน่งอื่นแทน ชายหนุ่มระดมจูบฝากรอยมาตามติ่งหู ขบเม้มเบาๆ ไล่ต่ำลงไปเรื่อยๆ เลื่อนปากหนาสัมผัสร้อนแสนสยิวมาตามลำคอระหงที่ขาวนวลผ่องของสาวน้อยอย่างกระหายหิวแทน
สาวน้อย ครวญครางออกมาด้วยความวาบหวามปนจั๊กจี้เล็กน้อย สองมือเรียวสวยยึดกายแกร่งไว้แน่นเพราะกลัวว่าจะร่วงหล่นลงไปกองกับพื้น
ส่วน "อัศวิน" นั้นใช้ฝ่ามืออีกข้างบีบนวดเคล้นคลึงหน้าอกงามของสาวน้อยไปด้วย ชายหนุ่มจับความใหญ่โตนุ่มนิ่มนั้นไว้จนเต็มไม้เต็มมือ แล้วออกแรงบีบไปมาอย่างเพลิดเพลิน
“อ๊ะ! อืมมม”
สาวน้อย เอ่ยครางเสียงหลงออกมายามเมื่อชายหนุ่มนวดเฟ้นโดนจุดรันจวญสร้างความหวาบไหวให้เธอเสียจริง ก่อนที่ "นาริน" จะเริ่มมีสติกลับคืนมาอีกครั้ง เมื่อคิดขึ้นมาได้ว่าสถานที่ที่ชายหนุ่มกับเธอกำลังพลอดรักกันอยู่นี้ ไม่ควรกระทำเอาเสียเลย อาจจะมีคนเห็น อาจมีใครเดินผ่านเข้ามาก็ได้คิดได้ดังนั้น "นาริน" จึงรีบส่งเสียงห้ามปรามพ่อเลี้ยงหนุ่มในทันที ด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
“พี่วินค่ะ หยุดก่อนค่ะ ปะ..ปล่อยรินเถอะนะค่ะ ตรงนี้ไม่ได้เดี๋ยวใครผ่านมาเห็นเข้า”
"อัศวิน" ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าสวยหวานที่มีสีแดงระเรื่อจนเต็มดวงหน้างาม ด้วยสายตาที่เคลิ้บเคลิ้ม ก่อนจะยอมปล่อยให้ "นาริน" เป็นอิสระ แม้จะยังเสียดายอยู่มากก็ตาม เพราะความสุขสมของชายหนุ่มต้องมาสะดุดลงกลางคัน
เมื่อพูดจบ "นาริน" จึงรีบหักเหสายตาของตัวเองไปมองทางอื่นแทน สาวน้อยรับรู้ถึงความร้อนผ่าวขึ้นมาบนใบหน้าของเธอในทันใด เพราะเธอนั้นได้สบเข้ากับนัยน์ตาแกร่งของ "อัศวิน" ที่สื่อความหมายบางอย่างส่งมาให้นั่นเอง"นาริน" รวบรวมแรงที่มีพยายามที่จะรีบเดินหนีไปทางอื่นเพื่อตั้งหลัก ก่อนที่เธอจะรีบสาวเท้าก้าวยาวๆ ออกไปโดยเร็ว เพียงแค่อยากอยู่ให้ห่างจาก "อัศวิน" ให้มากที่สุดในเวลานี้ เธอไม่ยากใกล้ชิดกับชายหนุ่มที่เธอแอบรักข้างเดียวไปมากกว่านี้อีกแล้วบอกตรงๆ อย่างไม่อายเลย ว่า ภายในหัวใจของเธอตอนนี้นั้น มันเต้นอย่างรุนแรงเหลือเกินแล้ว แรงเสียจนกลัวว่าพี่วินของเธอ จะได้ยินเสียงของมันชัดเจนขึ้นมาน่ะสิ ทันใดนั้นเอง "นาริน" ที่กำลังก้าวขาออกไปด้วยความร้อนรนนั้น ทำให้ไม่ทันระวังกำลังจะเสียหลักล้มลงไปกลับพื้นทางด้าน "อัศวิน" เมื่อเห็นดังนั้น ชายหนุ่มจึงรีบตรงเข้ามาด้วยความเร็วบวกกับที่เขาพยายามเดินตาม "นาริน" อยู่ก่อนแล้ว โชคดีที่ชายหนุ่มเข้ามารับร่างบางไว้ได้ทันเวลาพอดี จนทำให้สาวน้อยเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นๆ สมบูรณ์แบบของช
ถึงแม้ว่า "อัศวิน" จะรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ "กฤษฏา" ได้แสดงออกถึงท่าที่สนอก สนใจในตัวของ "นาริน" อย่างออกนอกหน้าเช่นนี้ แต่ "อัศวิน" ก็ต้องอดทนข่มความรู้สึกไม่พอใจเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจเพราะถึงอย่างไรเสีย "กฤษฏา" ก็ทำงานกับ "อัศวิน" มานานมากแล้ว ซ้ำยังเป็นญาติห่างๆ ของ "อัศวิน" อีกด้วย พ่อเลี้ยงหนุ่มถึงต้องไว้หน้าญาติผู้พี่บ้างเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ใครจะรู้ว่าภายในจิตใจของ "อัศวิน" นั้นเดือดดาลมากแค่ไหน“จริงสิ ผมลืมแนะนำไปเลย พี่กฤษณ์ครับ นี่ "นาริน" น้องสาวของ "มินตรา" ครับ”"อัศวิน" แนะนำให้ญาติผู้พี่เขาได้รู้จักกับสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าตามมารยาท ใจจริงแล้วเขาก็ไม่อยากที่จะแนะนำให้รู้จักกันด้วยซ้ำไป แต่ก็ทำไม่ได้ดั่งใจ ก่อนจะปรายตามองไปที่ "นาริน" ที่ยังคงยืนติดไม่ยอมออกห่างจาก "จาวิส" สักที จนพ่อเลี้ยงหนุ่มต้องเอ่ยเสียงเข้มออกไป“น้องริน นี่พี่กฤษณ์เป็นผู้จัดการทั่วไปของที่นี่”"อัศวิน" เอ่ยแนะนำสาวน้อยให้รู้จักกับญาติผู้พี่ของเขา แต่ทันทีที่พ่อเลี้ยงหนุ่มแนะนำจบ "กฤษฏา" ก็รีบยื่นมือออกมาหา "นาริน" ในทันทีพร้อมทั้งส่งสายตาเจ้าชู้ออกมาให้กับ
เช้าวันต่อมา...“คุณแม่ ว่าอะไรนะครับ!! คุณแม่จะให้น้องริน มาฝึกงานที่ฟาร์มของผมน่ะหรือครับ”"อัศวิน" เอ่ยถามมารดา ออกไปด้วยน้ำเสียงของความแปลกใจเป็นอย่างมาก“ใช่จะ พอดีหนูรินเพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆ ได้แค่ความรู้มาแต่ยังขาดประสบการณ์ตรง แม่ก็เลยคิดว่าอยากให้หนูรินมาฝึกหาประสบการณ์จากฟาร์มของลูก ที่นี่ยังไงล่ะจ๊ะ”คุณสาวิตรี กล่าวยิ้มๆ เป็นนัยๆ "อัศวิน" ลูกชายไม่ทันสังเกตเห็น"แล้วทำไมต้องเป็นที่ฟาร์มของผมนี่ด้วยละครับคุณแม่ ก็ในเมื่อคุณพ่อเอง ท่านก็มีโรงแรมในเครือ "อัศวธารา" ของเราดีๆ ให้น้องรินไปฝึกงานในตำแหน่งสูงๆ ได้อย่างสบายๆ มีอยู่ตั้งหลายแห่ง ทำไมน้องรินไม่ไปฝึกงานที่นั่นล่ะครับคุณแม่”"อัศวิน" เอ่ยถามอย่างสงสัย ที่ฟาร์มวัวนี่งานหนักเอาเรื่องอยู่นะ ไหนจะงานในไร่อีก น้องรินจะทำไหวเหรอ ตัวเล็กบอบบางสะขนาดนั้น..“มันจะเหมือนกันได้ยังไงกันล่ะลูก หากเราต้องการหาประสบการณ์ให้กับตัวเอง เราก็ต้องออกมาหาข้างนอกสิ ลูกว่าจริงไหม? ไม่รู้ล่ะ ยังไงแม่ก็จะให้หนูรินมาฝึกงานที่นี่กับลูกเนี่ยแหละ”คุณสาวิตรี พูดเอาแต่ใจสะอย่างงั้น ยืนยันความตั้งใจของต
a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t vu v w x z a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t vu v w x z a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t vu v w x z a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t vu v w x z a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t vu v w x
พุทธศักราช 2435ข้าวทิพย์เงยหน้าจากสมุดบัญชี แล้วถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อน วันนี้เป็นอีกวันที่ร้านขายผ้าของหล่อนขายดี มีลูกค้ามาเลือกซื้อผ้าเยอะกว่าปกติหล่อนต้องดูแลทุกอย่างคนเดียว มีพ่อบ้านที่รู้หนังสือคอยช่วยจัดผ้าลงเรือ หรือขึ้นเกวียน ดูแลหน้าร้านยามที่มีลูกค้ามาซื้อผ้า ยังมีคนสนิทคือชื่น ที่ดูแลหล่อนตั้งแต่หล่อนอายุ 15 จนถึงวันนี้ก็ 10 ปีแล้วหวนนึกถึงจดหมายที่บิดาฝากคนสนิทมาให้เมื่อสามวันก่อน เรียกร้องให้หล่อน แต่งงาน มีครอบครัว ที่สำคัญคือมีลูก เนื่องจากบิดาไปให้ท่านเจ้าคุณที่วัดผูกดวงของหล่อน และบอกว่าหากหล่อนแต่งงานในปีนี้จะเจอคนดีและการงานเจริญรุ่งเรืองหน้าที่ของหล่อน คือให้มองหาบุรุษในเมืองหลวง ว่าชายใดเหมาะเป็นคู่ครอง บิดาจะล่องเรือจากอยุธยามาจัดการงานแต่ง หากหาไม่ได้ บิดาจะเสาะหาชายหนุ่มที่ดีงามจากอยุธยามาให้คือว่า...ให้บิดาเลือกให้ ช่างน่าหวั่นใจยิ่งนักพ่อหล่อนเขียนจดหมายมาแบบนี้ นี่หล่อนถึงกับต้องพาผู้ใหญ่ไปสู่ขอผู้ชายหรือไม่ข้าจะไปเสาะหาสามีจากหมู่บ้านไหน ที่โสดข้าก็ไม่ถูกใจ ที่พอดูแล้วสบายตา ล้วนแต่แต่งงาน
ข้าวทิพย์นั่งรอคร้ามอยู่แล้วชายหนุ่มคุกเข่าลงหน้าเตียงเหมือนเดิม และได้กลิ่นสุราโชยมาคล้ายเมื่อคืนก่อน“เจ้าถอดเสื้อผ้าแล้วขึ้นมาบนเตียง”คร้ามทำตาม มือไม้สั่น ตัวสั่น“ถอดเสื้อผ้าให้ข้าด้วย”ข้าวทิพย์หลับตาด้วยความอาย คร้ามค่อยๆปลดอาภรณ์ของหญิงสาวทีละชิ้นหล่อนช่างสวยผุดผ่องไปทั้งเนื้อทั้งตัวจนคร้ามแทบสำลักลมหายใจ“กอดข้า”คร้ามเอื้อมมือไปกอดร่างบางอย่างระมัดระวังกลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายดอกไม้โชยมาเข้าจมูกให้ความรู้สึกสดชื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เจ้าเคยหลับนอนกับใครหรือไม่”“ไม่เคยขอรับ”หญิงสาวถอนใจยาว เอนศีรษะซบลงกับไหล่กว้าง ทำให้คร้ามกระชับร่างเล็กแน่นขึ้น“ข้าสบายใจอย่างยิ่งเวลาที่เจ้ากอดข้า เจ้ารู้สึกอย่างไร”“กระผมบอกไม่ถูกขอรับ มันมีความสุข มันเหมือนน้ำตาจะไหล กระผมไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนขอรับ”ข้าวทิพย์อดยิ้มให้กับคำพูดซื่อๆเหล่านั้นไม่ได้“ถ้าสัญญาของเจ้ากับข้าสิ้นสุดลง เจ้าคงต้องไปแต่งกับหญิงสักคน เพื่อสร้างครอบครัว ใช่ไหม”“นายหญิงขอรับ ถ้าไม่ได้รับใช้นายหญิงเยี่ยงนี้