LOGIN
พุทธศักราช 2435
ข้าวทิพย์เงยหน้าจากสมุดบัญชี แล้วถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อน วันนี้เป็นอีกวันที่ร้านขายผ้าของหล่อนขายดี มีลูกค้ามาเลือกซื้อผ้าเยอะกว่าปกติ
หล่อนต้องดูแลทุกอย่างคนเดียว มีพ่อบ้านที่รู้หนังสือคอยช่วยจัดผ้าลงเรือ หรือขึ้นเกวียน ดูแลหน้าร้านยามที่มีลูกค้ามาซื้อผ้า ยังมีคนสนิทคือชื่น ที่ดูแลหล่อนตั้งแต่หล่อนอายุ 15 จนถึงวันนี้ก็ 10 ปีแล้ว
หวนนึกถึงจดหมายที่บิดาฝากคนสนิทมาให้เมื่อสามวันก่อน เรียกร้องให้หล่อน แต่งงาน มีครอบครัว ที่สำคัญคือมีลูก เนื่องจากบิดาไปให้ท่านเจ้าคุณที่วัดผูกดวงของหล่อน และบอกว่าหากหล่อนแต่งงานในปีนี้จะเจอคนดีและการงานเจริญรุ่งเรือง
หน้าที่ของหล่อน คือให้มองหาบุรุษในเมืองหลวง ว่าชายใดเหมาะเป็นคู่ครอง บิดาจะล่องเรือจากอยุธยามาจัดการงานแต่ง หากหาไม่ได้ บิดาจะเสาะหาชายหนุ่มที่ดีงามจากอยุธยามาให้
คือว่า...ให้บิดาเลือกให้ ช่างน่าหวั่นใจยิ่งนัก
พ่อหล่อนเขียนจดหมายมาแบบนี้ นี่หล่อนถึงกับต้องพาผู้ใหญ่ไปสู่ขอผู้ชายหรือไม่
ข้าจะไปเสาะหาสามีจากหมู่บ้านไหน ที่โสดข้าก็ไม่ถูกใจ ที่พอดูแล้วสบายตา ล้วนแต่แต่งงานมีครอบครัวทั้งสิ้น จะให้ไปเป็นเมียที่สอง ที่สามในเรือนของผู้อื่น มิสู้อยู่เป็นโสดตลอดไปย่อมดีกว่า
“นายหญิงพักดื่มน้ำใบเตยสักนิดเจ้าค่ะ แม่ครัวเพิ่งต้มมาร้อนๆ”
ชื่นยกน้ำมาให้ หมายจะให้ข้าวทิพย์ได้พักสายตาบ้าง
“นายหญิงยังกังวลกับจดหมายนายท่านหรือเจ้าคะ”
“ข้าก็กังวลอยู่ เจ้าก็รู้ว่าข้าอายุปูนนี้แล้ว จะไปหาผู้ชายที่ไหนได้ง่ายๆ ทำแต่งานจะมีเวลาไปสนใจผู้ใด”
หล่อนวางปากกา ทอดสายตาไปยังแม่น้ำเบื้องหน้า มีเรือพาย เรือแจวผ่านไปเป็นระยะ
ร้านของหล่อนตั้งอยู่ริมแม่น้ำฝั่งพระนคร ลูกค้าสามารถล่องเรือมา หรือเข้าทางด้านหลังที่เป็นทางให้รถลากก็ได้ เวลามีเรือสำเภาที่นำผ้ามาจากเมืองจีน หล่อนจะไปกับพ่อบ้าน เพื่อเลือกผ้ามาขาย
“นายท่านคงห่วงนายหญิงเจ้าค่ะ อยู่คนเดียวในเมืองหลวง คงอยากให้นายหญิงมีคนมาดูแล”
ชื่นออกความเห็น
“ข้ารู้ แต่ปีหลังนี่ การค้าดีขึ้นมาก ข้ายังมิอยากคิดเรื่องแต่งงาน”
ในแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวงไม่มีศึกสงคราม การทำมาหากินค้าขาย ล้วนเจริญรุ่งเรือง ข้าวทิพย์สามารถทำกำไรได้มากมายในแต่ละเดือน จึงไม่ต้องพึ่งพาเงินจากครอบครัวใหญ่ทางอยุธยา
ในจดหมายของบิดายังเน้นว่า ต้องการให้หล่อนมีลูกในปีนี้ เพราะเป็นปีมงคล ปีมังกรทอง เด็กที่เกิดปีนี้จะเจริญ รุ่งเรือง เป็นอภิชาติบุตร พาตระกูลร่ำรวย
มองหาสามี ยังหาไม่เห็น จะให้มีลูกนี่นะ
ทุกวันนี้มีทั้งหนุ่ม และไม่หนุ่ม แวะเวียนมาที่เรือนนี้อยู่เสมอๆ อาจเรียกได้ว่าหัวบันไดไม่แห้ง ทุกคนมาพร้อมของกำนัล ผ้าผ่อน แพรพรรณ ผลไม้ บนเรือนกินใช้ไม่หมด ต้องยกลงไปให้บ่าวไพร่ข้างล่าง
ข้าวทิพย์เป็นคนสวย แม้จะอายุเข้าเบญจเพส แต่ยังดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงมากนัก
บ้านและครอบครัวใหญ่ของหล่อนอยู่อยุธยา เป็นเรือนหลังใหญ่ ที่มีเรือนบริวารอีกหลายหลัง สำหรับเมียรองๆของบิดา มารดาของหล่อนเสียชีวิตตั้งแต่หล่อนยังเด็ก บิดาไม่ได้ให้ใครมาอยู่เรือนใหญ่ จึงปลูกเรือนให้เมียน้อยอยู่กันคนละหลัง ที่อยุธยามีข้าทาสมากมาย ประกอบกิจการขายผ้า และมีที่นาอีกเป็น 100 ไร่
เมื่อ 5 ปีที่แล้ว บิดาคิดมาเปิดร้านอีกแห่งที่เมืองหลวง เนื่องจากจะมีสำเภานำสินค้า ผ้าผ่อนแพรพรรณ มาขึ้นท่าที่พระนครมากมาย สะดวกกับการเลือกซื้อสินค้าจากเรือสำเภา และส่งไปอยุธยา
หล่อนซึ่งปกติดูแลบัญชีและการขายอยู่แล้ว จึงขอบิดามาดูแลร้านนี้ เพื่อหนีการดูตัวแต่งงาน และหนีการกระทบกระทั่งจากมารดาเลี้ยงทั้งสาม ที่อยู่ร่วมเรือน
ไม่คาดคิดว่า แม้แต่หนีมาอยู่ถึงเมืองหลวง บิดายังสามารถเร่งรัดให้หล่อนแต่งงาน
อันที่จริง บิดาของหล่อนต้องการให้หล่อนกลับไปอยุธยา แต่งงาน มีบุตร เพื่อสืบวงศ์ตระกูล เพราะมารดาของหล่อนซึ่งเป็นภรรยาเอกไม่มีบุตรชาย มีเพียงบุตรชายซึ่งเกิดจากภรรยาคนที่สาม แต่นิสัยเกียจคร้าน เอาแต่กินเหล้าเมายาใช้เงินไปวันๆ
ภรรยาคนที่สอง และคนที่สี่มีบุตรสาว ครอบครัวละ 1 คน ล้วนหน้าตางดงาม แต่นิสัยออกจะเหมือนแม่ จึงไม่ค่อยสนิทกับหล่อนเท่าไหร่นัก
ข้าวทิพย์กำลังจะก้มหน้าลงดูรายการสินค้าของวันนี้ บ่าวในเรือนก็มาแจ้งว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งขอเข้าพบ
“เป็นผู้ใด และมีเรื่องอันใด”
“เขาบอกว่าชื่อคร้ามเจ้าค่ะ ท่าทางร้อนรน แต่ไม่ได้แจ้งว่าเรื่องอะไร ถ้านายหญิงไม่ต้องการพบ บ่าวไปไล่กลับนะเจ้าคะ”
ข้าวทิพย์โบกมือ
“ให้เขาเข้ามาเถอะ เขาอาจมีเรื่องเดือดร้อนมา”
ปกติแล้วข้าวทิพย์จะให้ความช่วยเหลือเท่าที่พอทำได้กับชาวบ้านในหมู่บ้านนี้เสมอ
ชายหนุ่มที่เดินเข้ามามีรูปร่างสูง สวมเสื้อผ้าเก่าๆ ค่อนข้างสกปรก หากมีหน้าตาที่คมคายน่ามอง เขาเดินมาคุกเข่าตรงหน้าข้าวทิพย์ ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
“นายหญิง กระผมชื่อคร้ามขอรับ ได้โปรดช่วยเหลือกระผมด้วย กระผมต้องการขายตัวเป็นทาสในเรือนนี้ เป็นเงิน 10 ตำลึง เพื่อนำไปรักษาพ่อที่ป่วยหนักขอรับ”
ข้าวทิพย์มองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ ความคิดประหลาดวิ่งขึ้นสู่สมองชายผู้นี้ถ้าให้ไปอาบน้ำสะอาดๆ ใส่เสื้อผ้าดีดี คงดูได้อยู่เหมือนกัน
หล่อนกำลังคิดถึงเรื่องที่บิดาต้องการให้หล่อนแต่งงาน ถ้าหล่อนไม่แต่งงาน แต่มีลูกสืบวงศ์ตระกูลได้ บิดาจะว่าอย่างไร
ร่างสูง แต่ผ่ายผอม ยิ่งค้อมตัวลงต่ำ ยามที่ข้าวทิพย์ยังเงียบ
หล่อนโบกมือให้บ่าว 2 คนที่อยู่บนเรือนรวมทั้งชื่น ให้ออกไปก่อน
“ข้าอยากถามเรื่องส่วนตัวเจ้าสักหน่อยได้หรือไม่”
ใบหน้าคมคายเงยขึ้นสบตาหล่อน แล้วรีบหลบอย่างเกรงกลัว
“เชิญนายหญิงถามเถิดขอรับ”
“ปีนี้เจ้าอายุเท่าไหร่ มีเมียหรือยัง”
คร้ามเหลือบตาขึ้นมองหล่อนก่อนตอบ
“กระผมอายุ 20 ยังไม่มีเมียขอรับ”
“มีพี่น้องหรือไม่ อยู่กันกี่คน”
“ไม่มีพี่น้องขอรับ อยู่กับพ่อแค่ 2 คน”
“พอรู้หนังสือบ้างหรือไม่”
“กระผมพอจะอ่านหนังสือออกและพอเขียนได้ขอรับ”
ข้าวทิพย์นิ่งมองอีกฝ่ายเนิ่นนาน การพูดจาของเขาล้วนมีจังหวะจะโคน เสียงกังวานนุ่มหู ลักษณะแบบนี้จะพอขัดเกลาได้
ความคิดที่แวบขึ้นสู่สมอง ทำให้หล่อนแปลกใจตัวเองไม่น้อย
“ข้าช่วยเหลือเจ้าได้ แต่ถ้าข้าต้องการบางอย่างจากเจ้า เจ้าจะทำได้มั้ย”
“เรียนนายหญิง กระผมทำให้นายหญิงได้ทุกอย่างขอรับ ขอเพียงนายหญิงสั่ง จะบุกน้ำลุยไฟ กระผมล้วนไม่กลัว”
ชายหนุ่มรีบให้คำมั่น ในใจคิดว่าทำทุกอย่างให้แม่นายคนนี้ได้จริงๆ
“ข้าไม่ได้ต้องการให้เจ้าไปบุกน้ำลุยไฟ แต่สิ่งที่ข้าต้องการ คือข้าต้องการลูกจากเจ้า”
เมื่อพูดจบ "นาริน" จึงรีบหักเหสายตาของตัวเองไปมองทางอื่นแทน สาวน้อยรับรู้ถึงความร้อนผ่าวขึ้นมาบนใบหน้าของเธอในทันใด เพราะเธอนั้นได้สบเข้ากับนัยน์ตาแกร่งของ "อัศวิน" ที่สื่อความหมายบางอย่างส่งมาให้นั่นเอง"นาริน" รวบรวมแรงที่มีพยายามที่จะรีบเดินหนีไปทางอื่นเพื่อตั้งหลัก ก่อนที่เธอจะรีบสาวเท้าก้าวยาวๆ ออกไปโดยเร็ว เพียงแค่อยากอยู่ให้ห่างจาก "อัศวิน" ให้มากที่สุดในเวลานี้ เธอไม่ยากใกล้ชิดกับชายหนุ่มที่เธอแอบรักข้างเดียวไปมากกว่านี้อีกแล้วบอกตรงๆ อย่างไม่อายเลย ว่า ภายในหัวใจของเธอตอนนี้นั้น มันเต้นอย่างรุนแรงเหลือเกินแล้ว แรงเสียจนกลัวว่าพี่วินของเธอ จะได้ยินเสียงของมันชัดเจนขึ้นมาน่ะสิ ทันใดนั้นเอง "นาริน" ที่กำลังก้าวขาออกไปด้วยความร้อนรนนั้น ทำให้ไม่ทันระวังกำลังจะเสียหลักล้มลงไปกลับพื้นทางด้าน "อัศวิน" เมื่อเห็นดังนั้น ชายหนุ่มจึงรีบตรงเข้ามาด้วยความเร็วบวกกับที่เขาพยายามเดินตาม "นาริน" อยู่ก่อนแล้ว โชคดีที่ชายหนุ่มเข้ามารับร่างบางไว้ได้ทันเวลาพอดี จนทำให้สาวน้อยเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นๆ สมบูรณ์แบบของช
ถึงแม้ว่า "อัศวิน" จะรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ "กฤษฏา" ได้แสดงออกถึงท่าที่สนอก สนใจในตัวของ "นาริน" อย่างออกนอกหน้าเช่นนี้ แต่ "อัศวิน" ก็ต้องอดทนข่มความรู้สึกไม่พอใจเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจเพราะถึงอย่างไรเสีย "กฤษฏา" ก็ทำงานกับ "อัศวิน" มานานมากแล้ว ซ้ำยังเป็นญาติห่างๆ ของ "อัศวิน" อีกด้วย พ่อเลี้ยงหนุ่มถึงต้องไว้หน้าญาติผู้พี่บ้างเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ใครจะรู้ว่าภายในจิตใจของ "อัศวิน" นั้นเดือดดาลมากแค่ไหน“จริงสิ ผมลืมแนะนำไปเลย พี่กฤษณ์ครับ นี่ "นาริน" น้องสาวของ "มินตรา" ครับ”"อัศวิน" แนะนำให้ญาติผู้พี่เขาได้รู้จักกับสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าตามมารยาท ใจจริงแล้วเขาก็ไม่อยากที่จะแนะนำให้รู้จักกันด้วยซ้ำไป แต่ก็ทำไม่ได้ดั่งใจ ก่อนจะปรายตามองไปที่ "นาริน" ที่ยังคงยืนติดไม่ยอมออกห่างจาก "จาวิส" สักที จนพ่อเลี้ยงหนุ่มต้องเอ่ยเสียงเข้มออกไป“น้องริน นี่พี่กฤษณ์เป็นผู้จัดการทั่วไปของที่นี่”"อัศวิน" เอ่ยแนะนำสาวน้อยให้รู้จักกับญาติผู้พี่ของเขา แต่ทันทีที่พ่อเลี้ยงหนุ่มแนะนำจบ "กฤษฏา" ก็รีบยื่นมือออกมาหา "นาริน" ในทันทีพร้อมทั้งส่งสายตาเจ้าชู้ออกมาให้กับ
เช้าวันต่อมา...“คุณแม่ ว่าอะไรนะครับ!! คุณแม่จะให้น้องริน มาฝึกงานที่ฟาร์มของผมน่ะหรือครับ”"อัศวิน" เอ่ยถามมารดา ออกไปด้วยน้ำเสียงของความแปลกใจเป็นอย่างมาก“ใช่จะ พอดีหนูรินเพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆ ได้แค่ความรู้มาแต่ยังขาดประสบการณ์ตรง แม่ก็เลยคิดว่าอยากให้หนูรินมาฝึกหาประสบการณ์จากฟาร์มของลูก ที่นี่ยังไงล่ะจ๊ะ”คุณสาวิตรี กล่าวยิ้มๆ เป็นนัยๆ "อัศวิน" ลูกชายไม่ทันสังเกตเห็น"แล้วทำไมต้องเป็นที่ฟาร์มของผมนี่ด้วยละครับคุณแม่ ก็ในเมื่อคุณพ่อเอง ท่านก็มีโรงแรมในเครือ "อัศวธารา" ของเราดีๆ ให้น้องรินไปฝึกงานในตำแหน่งสูงๆ ได้อย่างสบายๆ มีอยู่ตั้งหลายแห่ง ทำไมน้องรินไม่ไปฝึกงานที่นั่นล่ะครับคุณแม่”"อัศวิน" เอ่ยถามอย่างสงสัย ที่ฟาร์มวัวนี่งานหนักเอาเรื่องอยู่นะ ไหนจะงานในไร่อีก น้องรินจะทำไหวเหรอ ตัวเล็กบอบบางสะขนาดนั้น..“มันจะเหมือนกันได้ยังไงกันล่ะลูก หากเราต้องการหาประสบการณ์ให้กับตัวเอง เราก็ต้องออกมาหาข้างนอกสิ ลูกว่าจริงไหม? ไม่รู้ล่ะ ยังไงแม่ก็จะให้หนูรินมาฝึกงานที่นี่กับลูกเนี่ยแหละ”คุณสาวิตรี พูดเอาแต่ใจสะอย่างงั้น ยืนยันความตั้งใจของต
a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t vu v w x z a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t vu v w x z a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t vu v w x z a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t vu v w x z a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t vu v w x
พุทธศักราช 2435ข้าวทิพย์เงยหน้าจากสมุดบัญชี แล้วถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อน วันนี้เป็นอีกวันที่ร้านขายผ้าของหล่อนขายดี มีลูกค้ามาเลือกซื้อผ้าเยอะกว่าปกติหล่อนต้องดูแลทุกอย่างคนเดียว มีพ่อบ้านที่รู้หนังสือคอยช่วยจัดผ้าลงเรือ หรือขึ้นเกวียน ดูแลหน้าร้านยามที่มีลูกค้ามาซื้อผ้า ยังมีคนสนิทคือชื่น ที่ดูแลหล่อนตั้งแต่หล่อนอายุ 15 จนถึงวันนี้ก็ 10 ปีแล้วหวนนึกถึงจดหมายที่บิดาฝากคนสนิทมาให้เมื่อสามวันก่อน เรียกร้องให้หล่อน แต่งงาน มีครอบครัว ที่สำคัญคือมีลูก เนื่องจากบิดาไปให้ท่านเจ้าคุณที่วัดผูกดวงของหล่อน และบอกว่าหากหล่อนแต่งงานในปีนี้จะเจอคนดีและการงานเจริญรุ่งเรืองหน้าที่ของหล่อน คือให้มองหาบุรุษในเมืองหลวง ว่าชายใดเหมาะเป็นคู่ครอง บิดาจะล่องเรือจากอยุธยามาจัดการงานแต่ง หากหาไม่ได้ บิดาจะเสาะหาชายหนุ่มที่ดีงามจากอยุธยามาให้คือว่า...ให้บิดาเลือกให้ ช่างน่าหวั่นใจยิ่งนักพ่อหล่อนเขียนจดหมายมาแบบนี้ นี่หล่อนถึงกับต้องพาผู้ใหญ่ไปสู่ขอผู้ชายหรือไม่ข้าจะไปเสาะหาสามีจากหมู่บ้านไหน ที่โสดข้าก็ไม่ถูกใจ ที่พอดูแล้วสบายตา ล้วนแต่แต่งงาน
ข้าวทิพย์นั่งรอคร้ามอยู่แล้วชายหนุ่มคุกเข่าลงหน้าเตียงเหมือนเดิม และได้กลิ่นสุราโชยมาคล้ายเมื่อคืนก่อน“เจ้าถอดเสื้อผ้าแล้วขึ้นมาบนเตียง”คร้ามทำตาม มือไม้สั่น ตัวสั่น“ถอดเสื้อผ้าให้ข้าด้วย”ข้าวทิพย์หลับตาด้วยความอาย คร้ามค่อยๆปลดอาภรณ์ของหญิงสาวทีละชิ้นหล่อนช่างสวยผุดผ่องไปทั้งเนื้อทั้งตัวจนคร้ามแทบสำลักลมหายใจ“กอดข้า”คร้ามเอื้อมมือไปกอดร่างบางอย่างระมัดระวังกลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายดอกไม้โชยมาเข้าจมูกให้ความรู้สึกสดชื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เจ้าเคยหลับนอนกับใครหรือไม่”“ไม่เคยขอรับ”หญิงสาวถอนใจยาว เอนศีรษะซบลงกับไหล่กว้าง ทำให้คร้ามกระชับร่างเล็กแน่นขึ้น“ข้าสบายใจอย่างยิ่งเวลาที่เจ้ากอดข้า เจ้ารู้สึกอย่างไร”“กระผมบอกไม่ถูกขอรับ มันมีความสุข มันเหมือนน้ำตาจะไหล กระผมไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนขอรับ”ข้าวทิพย์อดยิ้มให้กับคำพูดซื่อๆเหล่านั้นไม่ได้“ถ้าสัญญาของเจ้ากับข้าสิ้นสุดลง เจ้าคงต้องไปแต่งกับหญิงสักคน เพื่อสร้างครอบครัว ใช่ไหม”“นายหญิงขอรับ ถ้าไม่ได้รับใช้นายหญิงเยี่ยงนี้