LOGINคร้ามเงยหน้า เบิกตากว้างอย่างงุนงง และตกใจ
“กระไรนะขอรับ กระผมไม่เข้าใจ”
ข้าวทิพย์ยิ้มนิดๆ ให้อีกฝ่าย
“ข้าต้องการให้เจ้า ทำให้ข้าตั้งท้อง แต่ไม่ได้ต้องการเจ้าเป็นสามี เมื่อข้าท้องและคลอดลูกแล้ว สัญญาขายตัวของเจ้าเป็นอันสิ้นสุด”
ชายหนุ่มตรงหน้า ทำอาการเหมือนอ้าปากค้าง พูดไม่ออก ตอบรับไม่ได้
“นายหญิงขอรับ จะดีหรือขอรับ”
คร้ามเหมือนเพิ่งจะหาเสียงเจอ
“ดีหรือไม่ดี ข้าเป็นคนตัดสินใจ ว่าอย่างไร ทำได้หรือไม่”
คร้ามก้มหน้าคิด แล้วเงยหน้าขึ้นอย่างคนตัดสินใจได้
“กระผมยินดีจะทำทุกอย่าง ตามที่นายหญิงสั่งขอรับ”
เขาตอบแผ่วเบา แต่ใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ไม่เคยคิดว่าจะพานพบเรื่องอะไรแบบนี้
หญิงสาวตรงหน้าเขา ช่างสวยงาม บอบบาง น่าจะเป็นที่หมายปองของผู้ชายทุกคน แต่ทำไมหล่อนถึงมีความคิดที่จะทำอะไรอย่างที่ไม่มีใครทำกัน
แล้วไยนายหญิงเลือกเขา ที่เพิ่งเจอกันเดี๋ยวนี้
ไม่ได้เป็นสิ่งที่ดีกับชื่อเสียงของนายหญิงข้าวทิพย์เลย คร้ามคิด
“เดี๋ยวข้าจะเขียนสัญญาให้เจ้ากับข้าคนละฉบับ เมื่อข้าคลอดลูก สัญญาก็เป็นอันสิ้นสุด”
“ขอรับ”
ข้าวทิพย์เขียนสัญญาด้วยตัวเอง แล้วส่งเงินให้คร้าม
“เจ้าเอาเงินไปรักษาพ่อให้ดี เมื่อหายแล้วเจ้ากับพ่อย้ายมาอยู่ด้วยกันเสียที่นี่ ข้าจะให้คนเตรียมห้องหับไว้ให้”
“ขอรับ”
“มาอยู่ที่นี่ เจ้าทำงานปกติเหมือนคนอื่นๆ พ่อบ้านจะเป็นคนบอกว่าเจ้าต้องทำกระไรบ้าง จักต้องช่วยแบกผ้า นับผ้า ส่งผ้าให้ลูกค้า บางวันเข้าสวนไปตัดผลไม้เวลาที่มีคนมาซื้อ ทำได้หรือไม่”
“ทำได้ขอรับ”
“ส่วนพ่อของเจ้า ไม่ต้องทำงานหนัก ให้ช่วยงานของโรงครัว ช่วยผ่าฟืน ปอกมะพร้าว ทำงานเบาๆไป”
“ขอบพระคุณนายหญิง ข้าจะรีบกลับมาหลังจากรักษาพ่อแล้ว และจะรับใช้นายหญิงด้วยชีวิต”
หล่อนมองร่างสูงที่ก้าวลงบันไดเรือนไปจนลับตา
ไม่รู้ว่าการที่ตัดสินใจจะท้อง โดยไม่มีการแต่งงานเยี่ยงนี้ บิดาจะต้องอับอายหรือไม่ ทว่าหล่อนอยู่ที่เมืองหลวง ไม่ได้อยู่ที่เดียวกับครอบครัว ถ้าไม่บอกคงไม่มีใครรู้ หากหล่อนท้อง จะปิดไว้ได้หรือ แต่ก็คงไม่แปลกกระมัง เพราะทุกวันนี้มีแต่คนพูดถึงหล่อน ในแง่ร้ายมากกว่าดีอยู่แล้ว
เป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ดูแลบ่าวไพร่ที่เป็นชายมากกว่าหญิง ไม่มีสามี บ้างก็ว่าหล่อนมีสามีลับๆ บ้างก็ว่าหล่อนถูกสามีทิ้ง จึงหนีมาอยู่ที่นี่
ข่าวลือมีเยอะ เพิ่มอีกสักข่าวคงไม่เป็นไร
หล่อนเรียกชื่นมาจัดการเตรียมห้องพักให้คร้ามกับบิดา
เรือนริมน้ำนี้เป็นร้านขายผ้า ซึ่งตอนกลางคืนจะมีบ่าวนอนเฝ้า 2 คน ตัวหล่อนเอง จะอยู่เรือนหลังกลาง ขนาดไม่ใหญ่มาก มีห้องนอน 2 ห้อง มีโถงกลางใหญ่อยู่ด้านหน้า
ถัดเข้าไปด้านในเป็นเรือนครัว และมีเรือนหลังเล็กหลังน้อยสำหรับบ่าวไพร่ อีกหลายหลัง มีเรือนยังว่างอยู่อีกหลัง สำหรับให้สองพ่อลูกอาศัยอยู่ได้
“ชื่น เอ็งเตรียมเสื้อผ้าสำหรับคนงานให้คร้ามกับพ่อของมันด้วย ข้าเห็นเสื้อผ้ามันเก่ามากแล้ว”
“เจ้าค่ะ นายหญิง”
“บอกอ้ายก้านให้มันรู้ด้วย ว่าข้ารับบ่าวคนใหม่”
“ได้เจ้าค่ะ”
คร้ามเดินกลับบ้านด้วยอาการเหม่อลอย มองเห็นบิดานั่งพักอยู่ที่ชานเรือน จึงเข้าไปนั่งข้างบิดาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“พ่อ ข้ากลับมาแล้ว ข้ามีเงินรักษาพ่อแล้วนะ”
คิดมีสีหน้าแปลกใจ
“เอ็งไปเอาเงินมาจากไหน”
ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อย
“ข้าไปขายตัวเป็นทาสให้คุณข้าวทิพย์ ตามที่อ้ายไปล่แนะนำ มันบอกว่าคุณท่านใจดี มักช่วยคนเดือดร้อน นี่ข้าได้เงินมาแล้ว”
“อะไรนะ เอ็งทำอะไรลงไป ไม่น่าต้องเดือดร้อนหาเงินขนาดนั้น ข้าไม่สบายแค่นี้ เป็นเองก็หายเองได้ อย่างนี้เอ็งมิต้องไปทำงานเป็นทาสแม่นายตลอดชีวิตเลยหรือ”
คร้ามอึ้งอีกครั้ง สมองนึกหาคำตอบให้กับบิดา ไม่กล้าบอกเงื่อนไขที่ข้าวทิพย์ตั้งไว้
“ที่เรือนนายท่านมีบ่าวไพร่มากมาย จึงให้ข้าเป็นทาสแค่ปีเดียวจ้ะพ่อ แต่ว่าตอนนี้พวกเราไปหาหมอกันเถอะ พ่อจะได้รีบรักษาตัว”
มารดาของคร้ามเสียชีวิตไป 3 ปีแล้ว จากการถูกงูกัด ตอนนั้นชายหนุ่มเสียใจมาก ที่ไม่ได้อยู่บ้าน นำมารดาไปหาหมอไม่ทัน นับจากมารดาเสียชีวิต เขาอยู่กับบิดาเพียงสองคน ทุกข์สุขอดอยากมาด้วยกัน
คร้ามแบกบิดาขึ้นหลังพาเดินไปบ้านพ่อหมอ
พ่อหมอจัดยามาให้ต้มกินที่บ้านชุดใหญ่ เพียงกินยาชามแรก บิดาก็รู้สึกดีขึ้นมาก
ผ่านไป 3 วัน อาการป่วยไข้แทบหายสนิท
พอวันที่หก คร้ามจึงชวนบิดาเก็บเสื้อผ้าที่มีอยู่น้อยนิดแล้วพากันเดินไปเรือนของข้าวทิพย์
ก้านเตรียมห้องหับ ที่หลับที่นอนให้สองพ่อลูกไว้พร้อมแล้วตามคำสั่งของนายหญิง วันแรกทั้งสองไม่ต้องทำงาน กินอาหารเย็นแล้วก็เข้านอน
วันต่อมา คร้ามไปช่วยบ่าวไพร่คนอื่นยกผ้า แบกผ้าขึ้นเกวียนที่ลูกค้ามาซื้อถึงร้าน เสร็จแล้วก็เข้าสวน จนกระทั่งเย็น
งานที่นี่ ถึงจะหนัก แต่ก็เบากว่าการทำนาทำไร่ ที่ผ่านมาทั้งชีวิต
เรือนหลังใหญ่นี้มีแม่ครัวหลายคนทำอาหารทั้ง 3 มื้อ เพื่อเลี้ยงดูคนงานบ่าวไพร่มากกว่า 30 ชีวิต แม้แต่ละมื้อจะมีกับข้าวเพียง 2 อย่าง แต่นับว่าดีกว่าอาหารที่คร้ามเคยกินที่บ้านตลอดหลายปีที่ผ่านมา
คร้ามทำงานในร้านและในสวนอยู่ทั้งอาทิตย์ ทำทุกอย่างตามที่ได้รับคำสั่ง ได้พบข้าวทิพย์เวลาที่แบกผ้าอยู่หน้าร้าน แต่แทบจะไม่ได้พูดจากัน
เย็นวันหนึ่ง ซึ่งคร้ามลืมไปแล้ว ว่ามาทำงานที่นี่ด้วยเงื่อนไขอะไร ชื่น ที่เป็นคนสนิทของข้าวทิพย์เดินมาบอกว่า
“คืนนี้ต้นยามสอง อาบน้ำอาบท่าให้สะอาด แล้วขึ้นไปพบแม่นายบนเรือน”
ชายหนุ่มรู้สึกวูบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ความร้อนวิ่งขึ้นวิ่งลง หัวสมองเหมือนว่างเปล่าไปชั่วขณะ
เมื่อพูดจบ "นาริน" จึงรีบหักเหสายตาของตัวเองไปมองทางอื่นแทน สาวน้อยรับรู้ถึงความร้อนผ่าวขึ้นมาบนใบหน้าของเธอในทันใด เพราะเธอนั้นได้สบเข้ากับนัยน์ตาแกร่งของ "อัศวิน" ที่สื่อความหมายบางอย่างส่งมาให้นั่นเอง"นาริน" รวบรวมแรงที่มีพยายามที่จะรีบเดินหนีไปทางอื่นเพื่อตั้งหลัก ก่อนที่เธอจะรีบสาวเท้าก้าวยาวๆ ออกไปโดยเร็ว เพียงแค่อยากอยู่ให้ห่างจาก "อัศวิน" ให้มากที่สุดในเวลานี้ เธอไม่ยากใกล้ชิดกับชายหนุ่มที่เธอแอบรักข้างเดียวไปมากกว่านี้อีกแล้วบอกตรงๆ อย่างไม่อายเลย ว่า ภายในหัวใจของเธอตอนนี้นั้น มันเต้นอย่างรุนแรงเหลือเกินแล้ว แรงเสียจนกลัวว่าพี่วินของเธอ จะได้ยินเสียงของมันชัดเจนขึ้นมาน่ะสิ ทันใดนั้นเอง "นาริน" ที่กำลังก้าวขาออกไปด้วยความร้อนรนนั้น ทำให้ไม่ทันระวังกำลังจะเสียหลักล้มลงไปกลับพื้นทางด้าน "อัศวิน" เมื่อเห็นดังนั้น ชายหนุ่มจึงรีบตรงเข้ามาด้วยความเร็วบวกกับที่เขาพยายามเดินตาม "นาริน" อยู่ก่อนแล้ว โชคดีที่ชายหนุ่มเข้ามารับร่างบางไว้ได้ทันเวลาพอดี จนทำให้สาวน้อยเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นๆ สมบูรณ์แบบของช
ถึงแม้ว่า "อัศวิน" จะรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ "กฤษฏา" ได้แสดงออกถึงท่าที่สนอก สนใจในตัวของ "นาริน" อย่างออกนอกหน้าเช่นนี้ แต่ "อัศวิน" ก็ต้องอดทนข่มความรู้สึกไม่พอใจเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจเพราะถึงอย่างไรเสีย "กฤษฏา" ก็ทำงานกับ "อัศวิน" มานานมากแล้ว ซ้ำยังเป็นญาติห่างๆ ของ "อัศวิน" อีกด้วย พ่อเลี้ยงหนุ่มถึงต้องไว้หน้าญาติผู้พี่บ้างเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ใครจะรู้ว่าภายในจิตใจของ "อัศวิน" นั้นเดือดดาลมากแค่ไหน“จริงสิ ผมลืมแนะนำไปเลย พี่กฤษณ์ครับ นี่ "นาริน" น้องสาวของ "มินตรา" ครับ”"อัศวิน" แนะนำให้ญาติผู้พี่เขาได้รู้จักกับสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าตามมารยาท ใจจริงแล้วเขาก็ไม่อยากที่จะแนะนำให้รู้จักกันด้วยซ้ำไป แต่ก็ทำไม่ได้ดั่งใจ ก่อนจะปรายตามองไปที่ "นาริน" ที่ยังคงยืนติดไม่ยอมออกห่างจาก "จาวิส" สักที จนพ่อเลี้ยงหนุ่มต้องเอ่ยเสียงเข้มออกไป“น้องริน นี่พี่กฤษณ์เป็นผู้จัดการทั่วไปของที่นี่”"อัศวิน" เอ่ยแนะนำสาวน้อยให้รู้จักกับญาติผู้พี่ของเขา แต่ทันทีที่พ่อเลี้ยงหนุ่มแนะนำจบ "กฤษฏา" ก็รีบยื่นมือออกมาหา "นาริน" ในทันทีพร้อมทั้งส่งสายตาเจ้าชู้ออกมาให้กับ
เช้าวันต่อมา...“คุณแม่ ว่าอะไรนะครับ!! คุณแม่จะให้น้องริน มาฝึกงานที่ฟาร์มของผมน่ะหรือครับ”"อัศวิน" เอ่ยถามมารดา ออกไปด้วยน้ำเสียงของความแปลกใจเป็นอย่างมาก“ใช่จะ พอดีหนูรินเพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆ ได้แค่ความรู้มาแต่ยังขาดประสบการณ์ตรง แม่ก็เลยคิดว่าอยากให้หนูรินมาฝึกหาประสบการณ์จากฟาร์มของลูก ที่นี่ยังไงล่ะจ๊ะ”คุณสาวิตรี กล่าวยิ้มๆ เป็นนัยๆ "อัศวิน" ลูกชายไม่ทันสังเกตเห็น"แล้วทำไมต้องเป็นที่ฟาร์มของผมนี่ด้วยละครับคุณแม่ ก็ในเมื่อคุณพ่อเอง ท่านก็มีโรงแรมในเครือ "อัศวธารา" ของเราดีๆ ให้น้องรินไปฝึกงานในตำแหน่งสูงๆ ได้อย่างสบายๆ มีอยู่ตั้งหลายแห่ง ทำไมน้องรินไม่ไปฝึกงานที่นั่นล่ะครับคุณแม่”"อัศวิน" เอ่ยถามอย่างสงสัย ที่ฟาร์มวัวนี่งานหนักเอาเรื่องอยู่นะ ไหนจะงานในไร่อีก น้องรินจะทำไหวเหรอ ตัวเล็กบอบบางสะขนาดนั้น..“มันจะเหมือนกันได้ยังไงกันล่ะลูก หากเราต้องการหาประสบการณ์ให้กับตัวเอง เราก็ต้องออกมาหาข้างนอกสิ ลูกว่าจริงไหม? ไม่รู้ล่ะ ยังไงแม่ก็จะให้หนูรินมาฝึกงานที่นี่กับลูกเนี่ยแหละ”คุณสาวิตรี พูดเอาแต่ใจสะอย่างงั้น ยืนยันความตั้งใจของต
a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t vu v w x z a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t vu v w x z a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t vu v w x z a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t vu v w x z a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t vu v w x
พุทธศักราช 2435ข้าวทิพย์เงยหน้าจากสมุดบัญชี แล้วถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อน วันนี้เป็นอีกวันที่ร้านขายผ้าของหล่อนขายดี มีลูกค้ามาเลือกซื้อผ้าเยอะกว่าปกติหล่อนต้องดูแลทุกอย่างคนเดียว มีพ่อบ้านที่รู้หนังสือคอยช่วยจัดผ้าลงเรือ หรือขึ้นเกวียน ดูแลหน้าร้านยามที่มีลูกค้ามาซื้อผ้า ยังมีคนสนิทคือชื่น ที่ดูแลหล่อนตั้งแต่หล่อนอายุ 15 จนถึงวันนี้ก็ 10 ปีแล้วหวนนึกถึงจดหมายที่บิดาฝากคนสนิทมาให้เมื่อสามวันก่อน เรียกร้องให้หล่อน แต่งงาน มีครอบครัว ที่สำคัญคือมีลูก เนื่องจากบิดาไปให้ท่านเจ้าคุณที่วัดผูกดวงของหล่อน และบอกว่าหากหล่อนแต่งงานในปีนี้จะเจอคนดีและการงานเจริญรุ่งเรืองหน้าที่ของหล่อน คือให้มองหาบุรุษในเมืองหลวง ว่าชายใดเหมาะเป็นคู่ครอง บิดาจะล่องเรือจากอยุธยามาจัดการงานแต่ง หากหาไม่ได้ บิดาจะเสาะหาชายหนุ่มที่ดีงามจากอยุธยามาให้คือว่า...ให้บิดาเลือกให้ ช่างน่าหวั่นใจยิ่งนักพ่อหล่อนเขียนจดหมายมาแบบนี้ นี่หล่อนถึงกับต้องพาผู้ใหญ่ไปสู่ขอผู้ชายหรือไม่ข้าจะไปเสาะหาสามีจากหมู่บ้านไหน ที่โสดข้าก็ไม่ถูกใจ ที่พอดูแล้วสบายตา ล้วนแต่แต่งงาน
ข้าวทิพย์นั่งรอคร้ามอยู่แล้วชายหนุ่มคุกเข่าลงหน้าเตียงเหมือนเดิม และได้กลิ่นสุราโชยมาคล้ายเมื่อคืนก่อน“เจ้าถอดเสื้อผ้าแล้วขึ้นมาบนเตียง”คร้ามทำตาม มือไม้สั่น ตัวสั่น“ถอดเสื้อผ้าให้ข้าด้วย”ข้าวทิพย์หลับตาด้วยความอาย คร้ามค่อยๆปลดอาภรณ์ของหญิงสาวทีละชิ้นหล่อนช่างสวยผุดผ่องไปทั้งเนื้อทั้งตัวจนคร้ามแทบสำลักลมหายใจ“กอดข้า”คร้ามเอื้อมมือไปกอดร่างบางอย่างระมัดระวังกลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายดอกไม้โชยมาเข้าจมูกให้ความรู้สึกสดชื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เจ้าเคยหลับนอนกับใครหรือไม่”“ไม่เคยขอรับ”หญิงสาวถอนใจยาว เอนศีรษะซบลงกับไหล่กว้าง ทำให้คร้ามกระชับร่างเล็กแน่นขึ้น“ข้าสบายใจอย่างยิ่งเวลาที่เจ้ากอดข้า เจ้ารู้สึกอย่างไร”“กระผมบอกไม่ถูกขอรับ มันมีความสุข มันเหมือนน้ำตาจะไหล กระผมไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนขอรับ”ข้าวทิพย์อดยิ้มให้กับคำพูดซื่อๆเหล่านั้นไม่ได้“ถ้าสัญญาของเจ้ากับข้าสิ้นสุดลง เจ้าคงต้องไปแต่งกับหญิงสักคน เพื่อสร้างครอบครัว ใช่ไหม”“นายหญิงขอรับ ถ้าไม่ได้รับใช้นายหญิงเยี่ยงนี้